คำถามที่หลายคนสงสัย: ทำไมเงินเดือนยังเท่าเดิม แต่กลับรู้สึกว่าการใช้จ่ายไม่เพียงพอ? คำตอบคือ “เงินเฟ้อ” (Inflation) กำลังกัดกินอำนาจซื้อของเงินเดือนคุณอย่างเงียบ ๆ โดยทำให้ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นเรื่อย ๆ หากรายได้ของคุณเติบโตไม่ทันอัตราเงินเฟ้อ นั่นแปลว่ามูลค่าที่แท้จริง (Real Value) ของเงินเดือนคุณกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะอธิบายว่าเงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อเงินเดือนอย่างไร และแนะนำ 4 กลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมในการ รับมือเงินเฟ้อ อย่างมีประสิทธิภาพ
เงินเฟ้อคืออะไร และกัดกินเงินเดือนคุณอย่างไร?
เงินเฟ้อคือ ภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เงินจำนวนเท่าเดิมสามารถซื้อสินค้าได้น้อยลง (อำนาจซื้อลดลง) หากเงินเดือนของคุณไม่เพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ นั่นหมายความว่ามูลค่าที่แท้จริงของรายได้คุณกำลังลดลง
ตัวอย่าง: มูลค่าที่แท้จริงของเงินเดือน 30,000 บาท ลดลงอย่างไร?
สมมติฐาน: เงินเดือน 30,000 บาท และอัตราเงินเฟ้อคงที่ 3% ต่อปี
ตารางนี้แสดงให้เห็นว่า “มูลค่าที่แท้จริง” ของเงินเดือน 30,000 บาท ในอนาคต จะมีอำนาจซื้อเทียบเท่าเงินจำนวนเท่าใดในปัจจุบัน:
| ปี (นับจากปัจจุบัน) | มูลค่าที่แท้จริงของเงินเดือน (บาท) | อำนาจซื้อที่สูญเสียไป (%) |
| ปีที่ 0 (2025) | 30,000 | 0% |
| 2 ปี (2027) | 28,278 | 5.74% |
| 10 ปี (2035) | 22,323 | 25.6% |
| 15 ปี (2040) | 19,256 | 35.8% |
| 25 ปี (2050) | 14,328 | 52.2% |
สรุป: หากเงินเดือนคุณไม่ขึ้นเลย ภายใน 25 ปี เงิน 30,000 บาท จะมีอำนาจซื้อเท่ากับเงินเพียง 14,328 บาทในปัจจุบัน นั่นคือ คุณจนลงกว่า 50% ในแง่ของกำลังซื้อ
4 กลยุทธ์สำคัญในการต้านทานและเอาชนะเงินเฟ้อ
เพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อทำลายความมั่งคั่งของคุณ คุณต้องใช้กลยุทธ์ที่ทำให้รายได้และสินทรัพย์ของคุณเติบโตเร็วกว่าอัตราเงินเฟ้อ
1. สร้างความมั่งคั่งด้วย “ทักษะ” (Active Income Shield)
- ขอขึ้นเงินเดือน (ให้เท่าทันเงินเฟ้อ): หากไม่ได้ขึ้นเงินเดือนตามเงินเฟ้อ (สมมติ 3%) นั่นแปลว่ารายได้คุณลดลง สิ่งสำคัญคือต้องเจรจาขอขึ้นเงินเดือนโดยอิงจากอัตราเงินเฟ้อและผลงานของคุณ
- เพิ่มทักษะที่ตลาดต้องการ: ทักษะเฉพาะทาง เช่น ทักษะดิจิทัล, Data Analysis, หรือ AI ทำให้คุณมีอำนาจต่อรองสูงขึ้นและมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ
2. ลงทุนเพื่อให้เงินเติบโตเหนือเงินเฟ้อ (Passive Income Engine)
- หลีกเลี่ยงเงินฝากดอกเบี้ยต่ำ: เงินฝากออมทรัพย์หรือพันธบัตรดอกเบี้ยต่ำมักให้ผลตอบแทนน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ ทำให้มูลค่าเงินของคุณลดลง
- ลงทุนในสินทรัพย์ที่ต้านเงินเฟ้อ: เน้นการลงทุนที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่า 3%-5% ต่อปี เช่น:
- หุ้น/กองทุนรวมหุ้น: สินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตสูงในระยะยาว
- อสังหาริมทรัพย์: มักปรับราคาขึ้นตามเงินเฟ้อ
- สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities): มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อ
3. สร้างแหล่งรายได้หลายทาง (Diversify Income Streams)
การพึ่งพาเงินเดือนเพียงแหล่งเดียวทำให้คุณมีความเสี่ยงสูงเมื่อเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ลองหาอาชีพเสริม เช่น งานฟรีแลนซ์, ธุรกิจออนไลน์ขนาดเล็ก หรือการสร้างรายได้จากทักษะที่คุณมี
4. ควบคุมอัตราการใช้จ่าย (Manage Spending Rate)
แม้จะเป็นวิธีทางอ้อม แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและสร้างงบประมาณที่รัดกุม จะช่วยให้คุณมีเงินเหลือไปลงทุนมากขึ้น ซึ่งเป็นเกราะป้องกันเงินเฟ้อที่สำคัญที่สุด
บทสรุป เงินเฟ้อคือศัตรูที่คุณต้องเอาชนะด้วยการลงทุน
เงินเฟ้อเป็นศัตรูเงียบของเงินคุณ
เงินเฟ้อเป็นศัตรูเงียบที่คุณมองไม่เห็น แต่รู้สึกได้จากกระเป๋าเงินที่เบาลง กุญแจสำคัญในการอยู่รอดและสร้างความมั่งคั่งคือ การทำให้เงินทุนและทักษะของคุณเติบโตในอัตราที่สูงกว่าเงินเฟ้อ


Founder of MoneyStudio.co | อยากเห็น “คนไทยทุกคน” ใช้ชีวิตผ่านทักษะและความรู้ทางการเงินที่ถูกต้อง ต่อยอดความฝันและเป้าหมายได้ในแบบที่ต้องการ


