เงินเดือน 100,000 เสียภาษีเท่าไร

ภาษีแบบขั้นบันได: เงินเดือน 100,000 บาท ต้องจ่ายเท่าไร?

หลายคนที่มีรายได้สูงมักมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยคิดว่าเงินเดือนที่สูงขึ้นจะทำให้ต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละที่เท่ากันสำหรับรายได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด! ความจริงคือ ประเทศไทยใช้หลักการ “ภาษีแบบขั้นบันได (Progressive Tax Rate)” ที่คิดภาษีเป็นช่วง ๆ ตามจำนวน “เงินได้สุทธิ” เท่านั้น การทำความเข้าใจวิธีการคำนวณที่ถูกต้อง รวมถึงการใช้สิทธิลดหย่อนที่เหมาะสม จึงเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารเงินและลดภาระภาษีได้อย่างถูกกฎหมาย

 

❓ ภาษีแบบขั้นบันได (Progressive Tax) คืออะไร?

ภาษีแบบขั้นบันได คือระบบการคิดภาษีที่กำหนดให้ผู้มีเงินได้สุทธิสูงขึ้น ต้องรับผิดชอบในการจ่ายภาษีในอัตราร้อยละที่สูงขึ้นตามไปด้วย โดยเงินได้จะถูกแบ่งออกเป็นช่วง (Tax Bracket) และแต่ละช่วงจะถูกนำไปคิดภาษีตามอัตราที่แตกต่างกัน (ไม่ได้คิดภาษีในอัตราสูงสุดกับเงินได้ทั้งหมด)

 

เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี (%)
0 – 150,000 ยกเว้น
150,001 – 300,000 5%
300,001 – 500,000 10%
500,001 – 750,000 15%
750,001 – 1,000,000 20%
1,000,001 – 2,000,000 25%
2,000,001 – 5,000,000 30%
5,000,001 ขึ้นไป 35%

 

ขั้นตอนที่ 1: คำนวณ ‘เงินได้สุทธิ’ ของคุณบันทึก

ก่อนจะคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายจริง ต้องหา เงินได้สุทธิ ก่อน โดยใช้สูตร:

เงินได้สุทธิ = รายได้รวมทั้งปี – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน

กรณีศึกษา: “คุณบันทึก” (เงินเดือน 100,000 บาท)

รายการ จำนวนเงิน (บาท) หมายเหตุ
(+) รายได้รวมทั้งปี 1,200,000 (100,000 บาท x 12 เดือน)
(-) ค่าใช้จ่าย (เหมา) 100,000 (สูงสุด 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท)
(-) ค่าลดหย่อนพื้นฐาน 60,000 (ส่วนตัว)
(-) ประกันสังคม 9,000 (สูงสุดตามกฎหมาย)
= เงินได้สุทธิ 1,031,000

 

ขั้นตอนที่ 2: คำนวณภาษีตามขั้นบันไดที่ถูกต้อง

เมื่อได้เงินได้สุทธิ 1,031,000 บาท แล้ว จะถูกนำไปคำนวณภาษีเป็นช่วง ๆ ตามตารางขั้นบันได:

ช่วงเงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี (%) ภาษีที่ต้องจ่ายในขั้นนี้ (บาท)
0 – 150,000 ยกเว้น 0
150,001 – 300,000 5% 7,500
300,001 – 500,000 10% 20,000
500,001 – 750,000 15% 37,500
750,001 – 1,000,000 20% 50,000
1,000,001 – 1,031,000 25% 7,750
รวมภาษีที่ต้องจ่ายจริง 122,750 บาท

❌ ข้อควรระวัง: ความเข้าใจผิด คือการคิดภาษี 25% ทั้งก้อน คือ เอาเงินได้สุทธิ 1,031,000 บาท X 25% = 257,750 บาท ซึ่งจะทำให้จ่ายภาษีเกินจริงไป 130,000 บาท!

 

พลังของค่าลดหย่อน: ประหยัดภาษีได้จริงแค่ไหน?

การเพิ่มค่าลดหย่อนเป็นการลดฐาน “เงินได้สุทธิ” ซึ่งจะทำให้ยอดเงินได้ไปอยู่ในช่วงภาษีที่ต่ำกว่า (Tax Bracket)

Q: ถ้าคุณบันทึกซื้อค่าลดหย่อนเพิ่ม 500,000 บาท จะเป็นอย่างไร?

  • เงินได้สุทธิใหม่: 1,031,000 บาท (เดิม) – 500,000 บาท (ลดหย่อนเพิ่ม) = 531,000 บาท
  • เมื่อคำนวณภาษีจากฐาน 531,000 บาท ที่ถูกต้อง จะเหลือภาษีที่ต้องจ่ายเพียง: 32,150 บาท
รายการ ก่อนลดหย่อนเพิ่ม หลังลดหย่อนเพิ่ม
เงินได้สุทธิ 1,031,000 บาท 531,000 บาท
ภาษีที่ต้องจ่ายจริง 122,750 บาท 32,150 บาท
เงินที่ประหยัดได้ 90,600 บาท!

 

สรุป: วางแผนภาษีวันนี้ เพื่อการเงินที่มั่นคง

เคล็ดลับทางการเงินที่สำคัญที่สุดคือ

“วางแผนภาษีให้ดี = เก็บเงินได้มากขึ้น”

อย่าละเลยสิทธิในการลดหย่อนที่คุณมีอยู่ เช่น กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF), ประกันชีวิต/สุขภาพ, หรือดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อบ้าน การหาค่าลดหย่อนเพิ่มเป็นการเปลี่ยนเงินที่จะต้องจ่ายภาษีให้กลายเป็น “สินทรัพย์” ที่เติบโตในอนาคตแทน

เงินเดือน 100,000 เสียภาษีเท่าไร